1.วัดฉลอง

วัดไชยธาราราม เดิมชื่อ วัดฉลอง ตั้งอยู่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ห่างจากอำเภอเมืองภูเก็ต ระยะทาง 8 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสนามกีฬาสุระกุล เลี้ยวซ้ายไปห้าแยกฉลอง

สมัยรัชกาลที่ 5 พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี (แช่ม) เป็นเจ้าอาวาส มีชื่อเสียงการปรุงสมุนไพร และรักษาโรค เข้าเฝือกผู้ป่วยกระดูกหัก ปัจจุบันพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนีได้มรณภาพแล้ว

เจ้าอาวาสวัดสัมโพธิหาร (วัดสัมโพธิหาร เดิมชื่อ วัดป่าอรัญนิรมล ประเทศศรีลังกา) ได้กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุที่ได้มอบให้วัดไชยธาราราม เคยอยู่ในเจดีย์ของเมืองอนุราชปุระ เมืองหลวงเดิมของศรีลังกา มีอายุกว่า 2,200 ปี มาแล้ว

วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของศรีลังกาคือ พระปิยะทัสสะ นายะกะเถโร และพระกุศลาธรรมา แห่งวัดสัมโพธิวิหาร ได้มีหนังสือกราบทูลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเยือนศรีลังกา เพื่อรับการถวายพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2542สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้ พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปรับพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสัมโพธิวิหาร ประเทศศรีลังกา และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับมาถึงประเทศไทย พ.ศ. 2543 สมเด็จพระสังฆราชได้ประทาน พระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากศรีลังกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เพื่ออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธบริษัทในจังหวัดภูเก็ตและบริเวณฝั่งอันดามัน

ดูแผ่นที่คลิก

2.วัดกะทู้

วัดกะทู้  สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2426 ที่ตั้งปัจจุบัน มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา โฉนดเลขที่ 285 อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับภูเขา ทิศใต้ ติดต่อกับถนนวิชิตสงคราม ทิศตะวันออก  มีที่ธรณีสงฆ์ 3 แปลง เนื้อที่ 45 ไร่ ทำให้ทางวัดและชาวบ้านได้รับความสะดวกสบายขึ้น จึงดำริที่จะขอเปลี่ยนนามวัดเพื่อสนองศรัทธาไว้เป็นอนุสรณ์แก่หลวงอำนาจนรารักษ์ต่อไป วัดกะทู้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2494 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร ในด้านการศึกษาได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2499

คลิกดูแผ่นที่

3.พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ พระใหญ่ พระพุทธรูปขนาดใหญ่คู่เมืองภูเก็ต หรือที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า Big Buddha เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขานากเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ที่มีความสูงเป็นอันดับที่สามของประเทศไทย พระมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร สูง 45 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวนอกบุด้วยหินอ่อนสีขาว พระพักตร์หันไปทางอ่าวฉลอง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 19 องศา  เป็นพระประธานของวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ)

การก่อสร้างพระมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ด้วยเงินบริจาคของประชาชน โดยได้รับอนุญาตการจัดสร้างจากกรมป่าไม้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการประดับผิวองค์พระ

ที่อยู่: ตำบล กะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83100

คลิกดูแผ่นที่

4.วัดเขารังสามัคคีธรรม

วัดเขารังสวัดเขารังสามัคคีธรรม  ตั้งอยู่บนเนินเขารัง จังหวัดภูเก็ต มีจุดเด่นอยู่ที่พระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ ราย ล้อมด้วยแมกไม้เขียวชอุ่ม และวิวภูเขา อีกทั้งยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง และเป็นที่ซึ่งพุทธศาสนิกชนในภูเก็ตแวะเวียนมาไหว้พระสวดมนต์ วัดแห่งนี้มีสองส่วน คือส่วนแรกสร้างอาคารขึ้นเพื่อประดิษฐานองค์พระพุทธรูปอยู่บนหลังคา และอีกส่วนที่ตั้งอยู่ติดกันก็คือพระอุโบสถามัคคีธรรม จุดเด่นอยู่ที่พระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ ราย ล้อมด้วยแมกไม้เขียวชอุ่ม และวิวภูเขา

คลิกดูแผ่นที่

5.พระธาตุอินทร์แขวน วัดเกาะสิเหร่

วัดเกาะสิเหร่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเกาะสิเหร่ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวโดยรอบของเกาะสิเหร่ได้ไกลสุดตา อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 4 กิโลเมตร และห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณทางเดินขึ้นไปยังวิหารมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานตามถนนขึ้นเขาโดยรอบของตัววัด พร้อมจุดชมวิว ด้านบนของยอดเขามีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคาร เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก มีสีเหลืองทองอร่าม เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากราบไหว้ นอกจากนี้ด้านหลังอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุอินทร์แขวนจำลองที่งดงาม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในภูเก็ต

คลิกดูแผ่นที่

6.วัดพระนางสร้าง

วัดพระนางสร้างเป็นวัดเก่าแก่มีมานานแล้ว เชื่อกันว่าสร้างก่อนพม่าเข้าทำศึกเมืองถลาง พ.ศ. 2328 มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า พระนางเลือดขาวเป็นผู้สร้างวัด พระนางเลือดขาวเป็นผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก เป็นมเหสีของเจ้าผู้ครองนคร แต่ถูกคนใกล้ชิดกลั่นแกล้งว่ามีชู้ จึงต้องโทษประหารชีวิต แต่พระนางเลือดขาวขอไปนมัสการพระบรมธาตุที่ลังกาก่อน คณะของนางเลือดขาวลงเรือไปถึงลังกา เมื่อกลับมาได้นำพระพุทธรูปและโบราณวัตถุหลายอย่างมาด้วย ตอนเดินทางกลับพระนางเลือดขาวได้แวะพักที่เกาะถลาง แล้วสร้างวัดไว้เป็นที่ระลึก ปลูกต้นประดู่และต้นตะเคียน พร้อมทั้งนำของมีค่าทางพุทธศาสนาเช่นพระพุทธรูปฝังไว้ในเจดีย์ด้วย ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าวัดพระนางสร้าง เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วจึงออกเดินทางกลับไปยังเมืองตน

คลิกดูแผ่นที่

7.วัดศรีสุนทร (วัดลิพอน)

วัดศรีสุนทร (วัดลิพอน)  สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2335 เดิมมีชื่อว่า วัดบ้านพอน ตั้งอยู่ที่บ้านพอน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เลยอนุสาวรีย์สองวีรสตรีมา

คลิกดูแผ่นที่

8.ศาลเจ้ากระทู้

ศาลเจ้ากะทู้เดิมชื่อ ศาลเจ้ากิ๊วหองหยา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 9 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ เลขที่ 37/1 หมู่ที่ 4 ถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เรียกตามภาษาจีนว่า “ฉ้ายตึ๋ง” หมายถึงสถานที่ประกอบการกินผักอันศักดิ์สิทธิ์ของกิ๊วห๋องต่ายเต่ “ฉ้ายตึ๋ง” จึงเปรียบเสมือนพระราชวังของกิ๊วอ๋องต่ายเต่

คลิกดูสถานที่และประวัติ

9.ศาลเจ้าบางเหนียว

ศาลเจ้าบางเหนียวตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2447 เล่ากันสืบมาว่าคณะงิ้วกังฉ๊ายฮี่ จากเมืองจีน ได้เดินทางมาทำการแสดงที่ตรอกเม่าเหรือซอยรมณีย์ในปัจจุบัน โดยในครั้งนั้นมีศาลเจ้าอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการนำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) มาบำเพ็ญกุศลและเริ่มประเพณีถือศีลกินผักเป็นประจำ จนชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสและเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ภายหลังได้เกิดเพลิงไหม้ที่ศาลเจ้าแห่งนั้น ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ยมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าบางเหนียว และสร้างศาลเจ้าไม้มุงหลังคาจากขึ้น หลายปีถัดมาได้เกิดเพลิงไม้ศาลเจ้าอีกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงได้นำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ยมาประดิษฐานไว้ที่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งชาวบ้านบางเหนียวกยังคงความเลื่อมใสศรัทธา ร่วมบำเพ็ญกุศล และถือศีลกินผักสืบมาทุกปี

คลิกดูแผ่นที่

10.อ๊ามจุ้ยตุ้ย

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย หรือ จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง (水碓斗母宫) เป็นศาลเจ้าจีนในจังหวัดภูเก็ต คนภูเก็ตเรียกศาลเจ้าว่า อ๊าม(庵) ตั้งอยู่ที่ ซอยภูธร ถนนระนอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยความหมาย ของคำว่า จุ้ยตุ่ย จุ้ย(水) แปลว่า น้ำ ตุ่ย(碓) แปลว่า ครกตำข้าว สมัยก่อนนั้น หน้าบริเวณศาลเจ้า เป็นคลอง กว้าง มีน้ำมาก ชาวบ้านจึงสร้างกังหันขึ้น เพื่อใช้กำลังจากน้ำมาตำข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว

คลิกดูแผ่นที่